Faihin Home เว็ปบอร์ด
ธรรมะสวัสดี, ผู้เยี่ยมชม

ค่าวตำนานพระยาพรหมโวหาร
(1 กำลังเข้าชม) (1) ผู้เข้าชม
สนทนาธรรมกับ
พระมหา ดร.ไสว เทวปุญฺโญ
ลงล่างสุด
Post Reply
โพส์ตหัวข้อใหม่
หน้า: 1
หัวข้อ: ค่าวตำนานพระยาพรหมโวหาร
#797
ค่าวตำนานพระยาพรหมโวหาร 3 เดือน, 2 อาทิตย์ ที่ผ่านมา  
ค่าวฮ่ำต๋ำนานพระยาพรหมโวหาร
*******
(ต๋อน ๑)
สองปันสามร้อย สี่สิบห้านั้น บุคคลสำคัญ แห่งบ้านสันก๋ล์าง
ได้เกิดออกมา เวลาฟ้าสาง ณ เมืองเขลางค์ - ลำปางกว้างแก้ว
ฮูปฮ่างหน้าต๋า เรืองรองผ่องแผ้ว หุ่นดีมีแวว ยิ่งนัก
เป๋นลูก “เจ้าแสน เมืองมา” หน้าฮัก นาง “จั๋นทร์เป็ง” เป๋นมารดา
เป๋นลูกคนเก๊า หัวปี๋ถะหรา ผู้ป้อก็มา ตั้งจื้อหื้อเจ้า
ว่า “พรหมินทร์” กือจ๋อมปิ่นเกล้า เจื๊อจ้าติคิงเลา อ่อนก๊อม
นิสัยใจ๋คอ นิ่มนวนนอบน้อม อู้จ๋าอ่อนอ้อย วาตี
เจ้าหลวงวร ญาณรังษี ปกครองธานี เขลางค์แก้ล์วก้ล์า
ปี๋ถัดมานั้น “จั๋นทร์เป็ง” น้องหล้า ทะรงกั๊พภา ตั้งต๊อง
แล้วหื้อก๋ำเนิด เกิดลูกตั๋วน้อง ตั้งจื้อหื้อว่า “บุญยง”
สองปี้น้องใหญ่ ต๋ามใจ๋ผะสงค์ แสนเมืองมาองค์ นำฝากสงฆ์เจ้า
เปื้อหื้อฮ่ำเฮียน เขียนอ่านผ่านเข้า ศึกษาหาเอา ความฮู้
ในวัดป่าแพ่ง แหล่งเฮียนกิ้นกู๊ หื้อจบศาสตร์เสี้ยง สมปอง
เพราะในยุคนั้น แหล่งตี้สนอง ก๋ารศึกษาฮอง ฮับหมู่จาวบ้าน
กือวัดเต้านั้น ปอเปียงเสี้ยงถ้าน หมู่เจ้าสมภาร แน่นัก
สั่งสอนลูกสิกข์ ลึก ๆ ลัก ๆ คร์บกุ๊สาขา เนอนาย
ลูกของจาวบ้าน ล้านนาตังหลาย โดยเฉพาะจาย ได้เป็นตุ๊เจ้า
ได้บวชได้เฮียน เขียนอ่านผ่านเผ้า เหมือน “พรหมินทร์”เฮา และน้อง
ตั้งใจ๋ศึกษา สูตรโนโก๋ฮ้อง เคารพเจื้อถ้อย กำ-เปียร
สุ.จิ.ปุ.ลิ. ฟังคิดถามเขียน ตั้งใจ๋ฮ่ำเฮียน ตามกำสอนเสี้ยง
เป๋นหละอ่อนดี บ่หมองหม่นเหมี้ยง สันโดษปอเปียง เค่ร์งคัร์ด
ใจ๊จ่ายสมบัติ แสนมัธยัตถ์ เจ้าอาวาสหัน สมกวร
จิ่งบวชลูกสิกข์ เป๋นพร์ะจ๋อมขวัญ ไปต๋ามขร์ะบวน บัวราณแบบเบ้า
สามเณร “พรหมินทร์”ปิ่นเก้ล์า สนใจ๋ใฝ่เอา ความฮู้
อันเป๋นของหม นิยมส่งยู้ กุ๊ณะศาสตร์ และโหราฯ
ไสยศาสตร์ก๊ะ จ๊ะศาสถะหรา(ตรา) เรียกว่าต๋ำฮา “ก๊ะจ๊ะลักษณ์” หั้น
ค่าวฮ่ำต๋ำนานพระยาพรหมโวหาร
(ต๋อน ๒)
อายุซาวปี๋ เต๋มตี้เต๋มขั้น สมภารหาวัน เป็กข์ตุ๊
หื้อพร์ะ(สามเณร) “พรหมินทร์” เป๋นพระภิกษุ อยู่วัดสิงห์ไจย์ (ป่าแพ่ง) ลำปาง
ต๋ำบลสบตุ๋ย อุ๊ยป้าน้าขาง (หวง) นะกรเขลางค์ แนวตางโล่งแจ้ง
อยู่สุขสบาย บ่มีไผแก้ล์ง สนใจ๋ก๋ารแต่ง ค่าวจ๊อย
สามารถปลาดเปลื่อง เรื่องเต้ศน์บ่น้อย น้ำเสียงสำนวน ม่วนงัน
จาวปุ๊ทธนิยม จื้นจมเลือกสรรค์ ฟังธรรมในวัน แปดค่ำ-สิบห้า (ค่ำ) สมภารวัดป่า แพ่งหันเก่งก้ล์า ฟั่งส่งขึ้นมา คร์านั้น
สู่เจียงใหม่หวัง ก้าวหน้าเลื่อนจั๊น เป๋นจ๋อมกวี ลือจา
หื้อได้ความฮู้ เพิ่มเติมศึกษา ในเมืองล้านนา วัดสุกเข้าหมิ้น
แต่วาสนา “พรหมินทร์” มาหิ้น ผ้าเหลืองจะบิน แหมละ
สองสามวัสสา อยู่ในเป้ศพร์ะ จิ่งลาป้อกบ้าน แหมวาร
เปื้อลาสิกขา บทมาเป๋นหนาน อยากสุขสำราญ เบิกบานจื้นหน้า
ต้านได้เขียนค่าว “ใค่ร์สิกข์”จากผ้า- เหลืองจี๋วรา ฝากไว้
เปื้อระบายความ ฮ้อนใจ๋ต้านไท้ อยากละอาศรม ฮ่มเย็น
ไปสู่โลกฮ้อน นอนตุกข์ยากเข็ญ ระกำรำเก็ญ เป๋นคนคร์องบ้าน
ขร์ะตำงานดี บ่มีดื้อด้าน เยี๊ยะอยู่ในศาล ตี้นั้น
ใจ๊เวลาว่าง เขียนค่าวเจิงจั๊น ขายหื้อหนุ่มสาว เอาเงิน
เรียกว่า “ค่าวใจ๊” ส่งไปกั๋นเขิน สาวบ่เหม่อเมิน จักตอบหนุ่มเจ้า
เป๋นก๋ารคุ่ยตาง เปื้อหื้อได้เข้า หาคนตี้เฮา แอบฮัก
ใจ๊ค่าวเป๋นใย ไปหวันจ่องจั๊ก เอากู้ข้าง เตียมคิง
เป๋นตี้นิยม ตังจายและหญิง หวังได้แบบอิง ด้วยค่าวหยอกเอิ้น ต๊ะต๋อนยอน ต๋อนยอนเติ้นเหยิ้น ไผฟังก็เพลิน กั้ล์งใก๊ล์
หลายกู้แต่งงาน เพราะอ่าน “ค่าวใจ๊” เป๋นผะโยชน์กว้าง เกื้อกุณ
มีลูกก๊าหนุ่ม สาวมาอุดหนุน เป๋นกุศลบุญ จุ๋นเจื๋อตั้วหน้า
เจ้าแสนเมืองมา หันแววแจ่มจ้า เป๋นนักผาชญ์มา เมินแล้ว
ปาไปฝากคูร์ กวีเพิร์ดแพ้ร์ว เปื้อฝึกฝนเสริม เติมไป
ต้านเจ้า “พญา โลมวิสัย” ฮับเอาไว้ใน อาลักษณ์ของเจ้า ฯ
ค่าวฮ่ำต๋ำนานพระยาพรหมโวหาร
(ต๋อน ๓)
หลวงวรญาณ รังษีผ่านเผ้า เมืองลำปางเฮา คะค้อย
พรหมินทร์เป๋นคน เยี๊ยะก๋ารเรียบร้อย ปฏิภาณไหว พริบดี
เขียนหนังสือลาย มืองามดีหลี เขียนบทกวี ถูกใจ๋เสี้ยงถ้าน
พญาโลมวิ สัยหันอย่างอั้น จิ่งมอบหมายงาน สาส์นไว้
หื้อเขียนโต้ตอบ ต๋ามตี้ต้านใจ๊ ต๋ามเจ้าหลวงได้ สั่งมา
ผากฏว่าได้ ผลดีนักหนา เวียกก๋ารนานา เสร็จสมใจ๋เจ้า
ต้านพญาโลม วิสัยนำเข้า ถวายแก่เจ้า หลวงนั้น
เป๋นมหาดเล็ก ต๋ามลำดับจั๊น สมใจ๋ “พรหมินทร์” ตันตี
เจ้าหลวงวร ญาณรังษี สุดแสนยินดี มีคนเก่งก้ล์า
อยู่ในสำนัก สมศักดิ์ศรีข้า เขลางค์ปารา แว่นแคว้น
เป๋นนักผาชญ์ ศิลป์ศาสตร์แน่นแฟ้น ว่าค่าวสดได้ สบาย
คั้ร์งนึ่งเตียวตาง กับหมู่ก๊าขาย งัวต่างเรียงราย เป๋นสายเป๋นเส้น
แดดฮ้อนจ๋นงัว วิ่ง ๆ เต้น ๆ ก๋ล์างวันก่อนเย็น บ่ายก๊อย
ผ่านสวนบ่ะแต๋ง เหลืองแดงซ้อยล้อย ป้อก๊าปากั๋น เข้าไป
ขอบ่ะแต๋งกิน แก้ความขร์ะหาย แต่ว่าถูกยาย ไล่ออกมาเสี้ยง
มวลป้อก๊า หน้าหมองหม่นเหมี้ยง เลียบ ๆ เคียง ๆ สวนนั้น
ยายเป๋นนักเลง เก่งค่าวเจิงจั๊น ป้อก๊าบ่จ้าง ซักคน
พรหมินทร์ฮู้เก๊า จิ่งเข้าไปสน- ต๊ะนาแยบยล ด้วยบทค่าวก้อม:-
จ๋นยายยิ้มแย้ม แก้มใสอ้อมต้อม เต๋มใจ๋ยินยอม ยิ่งนัก
เพราะว่าพรหมินทร์ ได้ไปตายตั๊ก อู้จ๋าภาษิต ค่าวเคืร์อ
ไพเราะเจ้นล้ำ ระบำม่วนเหลือ กิ๋นกั๋นเหลือเฟือ บะแต๋งบะเต้า
มีแหมครั้งนึ่ง ถูกเรียกเข้าเฝ้า ต่อหน้าองค์เลา หน่อไท้
เปื้อแก้ไขค่าว พญาโลมฯ แต่งไว้ หื้อไพเราะ สรวยงาม
เรื่อง “หงส์หิน” แดนดินสยาม แก้ได้สมความ ผะสงค์ต้านเจ้า จื้อเสียงพรหมินทร์ ผู้เป๋นปิ่นเก้ล์า จาวลำปางเฮา คึกคัก
ถูกใจ๋พระเจ้า แผ่นดินยิ่งนัก ผร์ะทานยศใหญ่ โอฬาร
หื้อเป๋น “พญา พรหมโวหาร” จื้อเสียงกังวาน โด่งดังกึกก้อง ฯ
ค่าวฮ่ำต๋ำนานพระยาพรหมโวหาร
(ต๋อน ๔)
เจ้าหลวงหันว่า กวรมีกู้ป้อง จิ่งหากู้คร์อง ยอดฮัก
หื้อ “พญาพรหมฯ” จื้นจมฟูมฟัก ในขร์ะกู๋ล ราจา
จื้อ “เจ้าสุนา ณ ลำปาง” หนา สุดแสนโสภา ไผเผียบบ่ได้
ฮับใจ๊เจ้าหลวง หลายปี๋แต๊ไส้ร์ เข้านอกออกใน สำนัก
เจ้าหลวงไว้ใจ๋ ปิ๊ไรใฝ่ฮัก ป๋ล์งปั๋นหื้อม โนนัย
ต่อมาป้อก๊า จากเวียงโก๋ศัย หรือเมืองแป้ร์ไป ขร์าบขอเข้าเฝ้า
นำเรื่องจ๊างงาม เข้าแจ้งต่อเจ้า ฟ้าหลวงของเฮา ทราบฮู้
ว่าถูกต้องก๊ะ จ๊ะลักษณ์ขร์ะตู๊ เจ้าของจะขาย สามปัน
จิ่งส่งพญา พรหมโวหาร ไปซื้อมาปัล์น เอาจ๋นมันได้
“ข้าใค่ร์ได้จ๊าง เจื้อกนั้นแต๊ใบ้ จุ่งฮีบขึ้นไป แป้ร์ปุ๊น”
พญาพรหมโว หารฟั่งไปลุ้น หวังซื้อจ๊างแก้ว งายาว
ขึ้นดอยลอยห้วย หลิ่งจ๊วยเปิบป๋าว หลายวันหลายคร์าว ถึงเมืองแป้ร์ห้อง ตี้บ้านป่าแมด แสงแดดแผดต้อง น้ำต๋าพรหมนอง ไหลย้อย
ผู้ติดต๋าม หน้าหมองต่ำก๊อย เงินเจ้าหลวงเสี้ยง วำวาย
ผีการพนัน เข้าสิงเกือบต๋าย สุดแสนอับอาย ซ้ำขายขี้หน้า
ตกตุกข์ยากเข็ญ เป๋นหนี้เป๋นข้า จ๊างเจ้าพญา ก็ว้าง
เพราะเงินตี้เปิ้น หื้อมาซื้อจ๊าง หมดไปในก๋าร พนัน
พรหมสำนึกผิด ความคิดผกผัน กั๋ล์วถูกโต้ษตัณฑ์ อาญาหลวงเจ้า
จิ่งได้แต่งค่าว “จ๊างขึ๋ด” ส่งเข้า ถวายองค์เลา ต๊าวไท้
ว่าจ๊างเจื้อกนั้น อาถรรพ์แต๊ไซร้ ขอเจ้าหลวงอย่า คะนิง
“ในจ๊างใจ๊ ได้หื้อไปจิ๋ร์ง เนื้อตั๋วคิงโบราณ จ๊างบ้าน
นัยน์ต๋าขาว สาวหาวขี้หย้าน กั๋ล์วไฟฟืน ตื่นล้อ
ระนาดบ้าดโปน ถอยหนต๊นจ๊อ กั๋ล์วสว่าห้อ พานเด็ง
หมอกวานผ่อเลี้ยง บ่แป๊แหนเก๋ร์ง หางอย่างเด็ง บังซอนหย่อนป้าน
ต๋ามต๋ำฮา ว่าจ๊างขี้หย้าน หมอกวานทาน จุ๊มื้อ
เงี้ยวเมืองนาย มาขอไถ่ซื้อ ข้าบาทหื้อ ปั๋นไป
บ่หันแต่ทรัพย์ บาทเบี้ยเงินใส ม่อนกึ๊ดเล็งไป ตางไก๋ล์เป่ล์งกว้าง
เพราะเป๋นขอบขัณฑ์ เสมาป้องข้าง หื้อหอมยืนนาน ยิ่งกู๊
เจ้านายก่อหัน ไพ่ร์ไตก่อฮู้ บ่ใจ้เผือกแก้ว ใดเลย”
ตี้ว่ามานี้ เป๋นกำเฉลย ของ “พรหมฯ” ตี้เกย ส่งหื้อหลวงเจ้า ฟังผ่อสับสน เหมือนคนเมาเหล้า นั่งเตียนเขียนเอา ตังนั้น
ส่งไปหวังหลอก บอกเจ้าเจื้องจั๊น ตือเปิ้นง่าวหั้น เกิ๋นไป
เจ้าหลวงได้อ่าน เดือดดาลหัวใจ๋ “พรหมฯ มาเมื่อใด หัวปุ๋ดเมื่ออั้น”
*****






































ค่าวฮ่ำต๋ำนานพระยาพรหมโวหาร
(ต๋อน ๕)
“พญาพรหม โวหาร” ด้นดั้น เข้าขอเป๋นคน ฮับใจ๊
เจ้าหลวงวิจัย ราจานั้นไซร้ เจ้าหลวงก่อได้ ฮับเอา
เนื่องจาก “พรหม” นั้น เป๋นกวีเก๋า จื้อเสียงบ่เบา โด่งดังเสี้ยงถ้าน
ก๊ะโลงกาบก๋ล์อน ค่าวซอกุ๊ด้าน เก่งกาจจั๋ดจ้าน แต๊ตั๊ก
“พรหมฯ” จิ่ง ได้ อยู่ในสำนัก เจ้าหลวงวิจัย ราจา
ความตี้เป๋นคน จ้างอู้จ้างจ๋า ต๋ามลักขณา กวีเอกอ้าง
อารมณ์อ่อนหวาน ไขขานสานสร้าง รังสรรค์ในตาง เจ้าจู๊
สาวน้อยสาวจี๋ นารีหันฮู้ หลงไหลหลิ่งหลู้ ตวย “พรหม”
จิ่งได้ป๊บฮัก งามนักก้าสม จื้อว่า “บัวจม” ละอองน้องเหน้า
และได้แต่งกับ บัวจมสาวเจ้า สมใจ๋ “พรหม”เฮา ยิ่งนัก
ต่อมาเป๋นตี้ เปิงใจ๋ใฝ่มัก ของหมู่แม่ญิง เนานาน
เพราะความเป๋นคน อู้ม่วนจ๋าหวาน อ่อนไหวใจ๋บาน สำราญจื้นสู้
เหล่านางสนม มาหมแอบอู้ มาจ้อบมาจู มากนัก
เหยาะหยอกเอิ้น สักเสริญคึกคัก หยอกเหล้นเป๋นจู๊ เป๋นเจิง
และแล้วเคร์าะห์ฮ้าย ก่อก๋ร์ายมาเถิง เจ้าหลวงฮ่ำเปิง ขางสนมเอกอ้าง
ตี้หื้อความ ใก้ล์จิ๊ดเคียงข้าง กับพญาพรหม นักล้ำ
จิ่งมีบัญจา หื้อยับถ่วงน้ำ ผะหานจีวิต เร็วปัล์น
เอาไปขังคอก ในขอกเขตขัณฑ์ ฆ่าเสียในวัน เจ็ดค่ำเดือนห้า
พญาพรหมถูก ขังคอกหมองหน้า โซ่ตรวนแหน้นหนา ติดไว้
รอวันตี้เป๊จ จ๊ะฆาตต้านไท้ นำเอาตั๋วเข้า สู่ลาน
อันเป๋นตะแรง แกงตี้ผหาน พรหมแป๋ล์งกระดาน ด้วยแผ่นกระเบื้อง
เขียนกำบรรยาย บะหลั้งบะเหลื้อง เล่าความขัดเคือง เดือดฮ้อน
ว่าได้ฮับตุ๊กข์ ทรมานย้อน ถูกเจื้อกเหล็กมัด แข้งแอว (เอว)
ลุกยากนั่งยาก เยี่ยวราดขี้แหลว ตั๋วคิงแพว แฮงอ่อนนอนไข้
เจื้อกยาวซาววา มัดขาแขนไขว้ นั่งแก๊นจ๋ามไอ ฮัดเซ้ย
หมู่นายคุมขัง ด่าดังเฮ้ย ๆ ขากขี้เต้ยข้าม หัวไป
บ่ได้มีความ เก๋ร์งอกเก๋ร์งใจ๋ ลากข้าเจ้าไป ในคอกแห่งหั้น
ค่าวฮ่ำต๋ำนานพระยาพรหมโวหาร
(ต๋อน ๖)

เอาเจื้อกจ๊างใส่ เป็นสายเป็นฝั้น ฝรั่งเศสมัน ขายไว้
น้ำหนักเถิงหาบ ก๋ำราบเก๊นไม้ โซ่หนาหนำบ้วง จอดกุง
ตารก๋รรมในห้อง หลังคาบ่สูง สองติ๋นของลุง ต๋ำฮูจ้องฝ้า
เจื้อกเหล็กจ่อง หนักสึงหลังข้า ดั่งร่าย “พรหมพญา” ดังนี้ (ดูร่ายพญาพรหม)
แต่ดวงจาต๋า บ่เถิงคร์าซี้ บ่เถิงฆาตเสี้ยง จีวัง
เจ้าราจ๊ะวงษ์ วังหน้าขอขัง แหมต่อไปยัง สังขานต์ล่องป้น
หื้อพญาพรหม แต่งค่าวเล้าต้น เรื่องดำหัวคน แก่ไว้
เข้าเฝ้าเจ้าหลวง เมืองแป้ร์หน่อไท้ ขอร้องวิจัย ราจา
เนื่องจากจ้อบบท กวีนักหนา ตี้พญา พรหมโวหารแต้ม
ขอเลื่อนวัน ผะหานก้อมแก้ม ป้นเดือนห้าแฮม ไปแล้ว
เจ้าหลวงวิจัย ราจาอะแค้ว ก่ออนุญาต ผ่อนไป
ต๋ามเหตุผลตี้ แจ้งแถลงไข ดำหัวเจ้านาย ได้อ่านค่าวเจ้า
ระหว่างอยู่คอก ศรีจมออก-เข้า เยี่ยมเยียนพรหมเฮา เจื่อคั้ร์ง
เมื่อคนจ้วยเหลือ พรหมบ่รอรั้ง หล๋บออกคอกนั้น หนีไป
ศรีจมคนฮัก ก่อตัดสินใจ๋ ตวยสามีไป เมืองลับแลหั้น
บ้านสันคอกควาย ตี้หมายมุ่งหมั้น มาคร์องฮักอัน แหน้นแฟ้น
เมืองอุตร ดิตถ์แดนแว่นแคว้น ด้วยความสุขสม อุรา
อยู่มาบ่เมิน บ่นานนักหนา ความตุ๊กข์ตวยมา สองราหมาดไหม้
เป๋นธรรมดา ของคนโลกใต้ ย่อมแผร์ผร์วนไป อย่างนี้
บ่มีไผมา สามารถหลีกลี้ ความจิ๋ร์งอย่างอี้ เนอนาย
ยามเมื่อพรหมไป ทวงหนี้บ้านไก๋ล์ ศรีจมทรามวัย ตัดใจ๋จากเจ้า
หนีไปเมืองแป้ร์ บ่สั่งลาเหฒ้า พระยาพรหมเฮา กำแล้ว
บ่กึ๊ดเติงหา มาลาก้ล์าดแก๊ล์ว ละพญาพรหม ยอดจาย
ปิ๊กบ้านคั้ร์งนี้ หันศรีจมหาย ห้องหมองเดียวดาย เหลือก้าสาดก้อม ฯ



ค่าวฮ่ำต๋ำนานพระยาพรหมโวหาร
(ต๋อน ๗)
เตียวแวดตูบหน้อย ดุ้ม ๆ ด้อม ๆ ผ่อไฮ่นาลอม เข้าเจื๊อ (พันธุ์ข้าว)
หันติ๋นคันใด หม้อน้ำฮ้างเฮื้อ หม้อหนึ้งไหเข้า เต๋าไฟ
พระยาพรหมป๊ก ตุ๊กข์อกหมองใจ๋ เหลียวผ่อตางใด ใจ๋หมองหม่นเส้า
ห้องเป่ล์าหมอง บ่หันน้องเหน้า อกเหี่ยวแห้งเซา เป่ล์าว้าง
น้ำต๋าย้อยไหล ลงเหมือนน้ำค้าง บนยอดหญ้ายาม อรุณ
พระยาพรหมตุ๊กข์ หัวปั่นหันหุน หาคนก๋ารุญ ตี้ไหนบ่ได้
เปิ้งปี้เจ็บต๊อง เปิ้งน้องเจ้บไส้ บ่จ้างเยียะใด กำนี้
จิ่งได้บรรยาย ความตุ๊กข์ไขจี๊ เป๋นบท “ค่าวฮ่ำนางจม”
หรือ “ค่าวสี่บท” ระบายความขม- ขื่นเศร้าระทม ในใจ๋พรหมอ้าย
ฮ่ำฮิฮ่ำไฮ หัวใจ๋ป้อหม้าย ว่าแสนอับอาย เจ้นล้ำ
มีเมียฮัก งามนักแหมซ้ำ มาแหนงหน่ายข้า หนีไป
“นายว่าฮัก หากฮักป๋ล์ายใจ๋ บ่ฮักแต่ใน จิตใจ๋และไส้
ฮักเจื๊อใด หนีไก๋ล์จากได้ ใจ๋นายเปียง นุ่นงิ้ว
นายหันปี้จ๋น เป๋นคนขี้ริ้ว เขีร์ยมแผ่นผ้า เงินทอง”
บางบทนั้น บรรยายถัดถอง ยกสิ่งจำลอง เผียบเตียมแจ่มแจ้ง
บ่ใจ้ผู้ข้า มาอู้เสแสร้ง ยอยกแสดง เกิ๋นแต๊
เปิ้นอธิบาย บ่มีข้อแม้ เป๋นความจิ๋ร์ง สาธารณ์
“ยามเมื่อน้องฮัก น้ำส้มว่าหวาน ใจ๋บ่เจยบาน น้ำต๋าลว่าส้ม”
อย่างอี้เป๋นต้น บ่หลอกบ่ต้ม ผู้คนนิยม ใฝ่มัก
เป๋นกำม่วนหู ฟังดูหน้าฮัก ความหมายเกี่ยวข้อง สัมพันธ์
ไผได้มาอ่าน มาฮู้มาหัน หน้าจื้นต๋าบาน สำราญใจ๋เสี้ยง
ฝ่ายพระยาพรหม หน้าหมองหม่นเหมี้ยง เลียบ ๆ เคียง ๆ คอกฮั้ว
กั๋ล์วราจ๊ะภัย หัวใจ๋ซี้ซั้ว ออกจากบ้านสัน คอกควาย
เมืองลับแลอุต- รดิตถ์หาย บ่ายหน้าขึ้นไป เจียงใหม่แก้วกว้าง



ค่าวฮ่ำต๋ำนานพระยาพรหมโวหาร
(ต๋อน ๘)
นวปุรี ศะหรีสะหร้าง ปิงก๊ะนก๊ะรัง เพิร์ดแพ้ร์ว
ขอเข้าฮับรา- จ๊ะก๋ารบ่แก๊ล์ว ในราชสำนัก พญา
“เจ้าจีวิตอ้าว” หรือ “พระเจ้าก๋า- วิโรรสราจา สุริยวงศ์เจ้า
ธิดาของ “เจ้าจีวิตอ้าว” “ติ๊ปเก๋สร”นงเยาว์ โผร์ดละ-
ครแบบกุ๋ร์ง เต้ปกือเรื่อง “พระ- อภัยม- ณี” ราจา
แต่ว่า “แม่เจ้า ติ๊ปเก๋สร” หา คนถอดเรื่องมา เป๋นค่าวซอบ่ได้
จิ่งเป๋นฮ่อมของ พญาพรหมแต๊ใบ้ ต้านก็แต่งไป จ๊ด ๆ
เถิงเปียงต๋อนอ- ภิเษกสมรส แห่งองค์เจ้าศรี สุวรรณ
กับนางเกษรา ยอดผร์ะตุมถัน เจ้าหลวงผร์ะตาน ตี้ดินและบ้าน
หื้อแก่พระ- ยาพรหมเสี้ยงถ้าน เยียะหื้อต้านคร์อง จีวิต
อย่างสุขสบาย บ่ได้คาดคิด ว่าจักอยู่ดี กิ๋นดี
เมื่อกวีแก้ว อายุหกสิบปี๋ ก็เข้าพิธี สมรสกับเจ้า
“บัวจั๋นทร์ ณ เจียงใหม่” บ่เสร้า มีลูกสาวเลา งามนัก
จื้อ “อินตุ้ม” หรือ “ขี้หมู” หน้าฮัก เป๋นแก้วแก่นต๋า ของพรหม
เกิดมาจ้าตินี้ มีลูกงามสม กวีอุดม คนจมจื้นหน้า
บทกวี ตี้พรหมของข้า แต่งไว้เมินมา มากนัก
ปอจะรวบรวม หื้อเป๋นลายลักษณ์ อักษรเขียนไว้ ผ่อกอย
มีค่าวแปดเรื่อง ฟุ้งเฟื่องเป๋นฝอย เจิญสีดำมอย ฟังกอยเนอเจ้า
ค่าวใค่ร์สิกข์ หลุกหลิกหน้าเส้า ฮ่ำจ๊างงายาว ม่วนนัก
ปู่สอนหลาน สืบสานธารฮัก ค่าวซอพระ- อภัยมณี
ค่าวจ๊างขึด หงส์หินปิ่นศรี ค่าวสี่บทดี กำสอนสรรพ์ห้าม
นอกจากนี้ยัง มีกำจ่มส้าม ตี้พรหมเล่าความ จ๋ำไว้
จ้าติเก่าป๋างหลัง มานั่งฮับใจ๊ ในจีวิตนี้ ต๋ามกอง
ต๋ามก๋รรมตี้ตวย มาตอบสนอง เป๋นเวรก๋รรมจอง เวรป๋องตอบหซ้าย




ค่าวฮ่ำต๋ำนานพระยาพรหมโวหาร
(ต๋อน ๙)
ฝูงคนเล่าลือ เมืองเหนือออกใต้ สามแคว้นแม่นใน พรหมนี้
อุตรดิตถ์ ไก๋ล์หลายหมื่นลี้ จื้อว่าเมือง ลับแล
สันคอกควายซ้ำ อกหักเป๋นแผล์ แป้ร์ก็นักแก เจ้าเมืองโหดเหี้ยม วงก๋ารพนัน มันแสนแหลมเหลี้ยม กิ๋นเงินพรหมเขีร์ยม เรียบร้อย
สาวหน้อยสาวจี๋ นารีอ่อนซ้อย แต่ใจ๋สาวหน้อย แสนดำ
เหมือนศรีจมเยียะ หื้อพรหมจดจ๋ำ อู้จ๋าถ้อยกำ เหมือนมัดไข่ติ้ว
หลูด ๆ ไหล ๆ เจื้อบ่ได้ซักหนิ้ว เหมือนมัดเจื้อกลิว ไข่ไว้
ตึงหลูดไหลเลื่อน บ่เหมือนมัดไม้ หน่วยมันก๋ล์มมน บ่จา
ผิวเกี้ล์ยงมื่นล้ำ เหมือนน้ำมันหนา ก่ล์าวถ้อยวาตา เจื้อไหนบ่ได้ พรหมฮับราจ๊ะ- ก๋ารในภายใต้ นกรปิงค์จัย เจื้องจั๊น
ตั้งแต่สองปัน ห้าร้อยสี่นั้น เถิงสามสิบหั้น ปอดี
นับต๋ามเมืองเฮา ได้ซาวแปดปี๋ พรหมม้วยจีวี เป๋นผีขว้ำหน้า
เสาร์ขึ้นสิบสาม ค่ำเป๋นเดือนห้า เดือนเจ็ดเหนือมา ไคว่คร์บ
พระยาพรหมต๋าย หลายคนเหงาซบ เพราะตั๊ดกับวัน พญาวัน
ตางเมืองเหนือนั้น ว่าวันสังขร์านต์ ใต้ว่าสงกรานต์ วารปี๋นึ่งเสี้ยง
ลูกสาวของพรหม หน้าหมองหม่นเหมี้ยง ป้อต๋ายเหลือเปียง แม่ฮัก
จีวิตป้อหยัง มาเสี้ยงแต๊ตั๊ก มาละลูกเต้า เมียแปง
ลูกฮักป้อแต๊ บ่หน่ายบ่แหนง บัวจั๋นทร์เมียแปง อาลัยผัวแก้ว
เกยอ่านค่าวซอ เสียงดังแจ้ว ๆ จ๊อยฮ่ำธรรมแนว ลึกซึ้ง
ซาวห้าปีป๋ล์าย บ่มีไผมึ้ง ว่าพรหมจะม้วย เมือมร
มาต๋ายละน้อง นอนเงียบเหมือนขอน พรหมปี้เกยนอน กอดแกมแอ้มข้าง
บ้านจ้องห้องหอ ปี้ได้ก่อสร้าง บัดนี้มาห่าง คนฮัก
ลูกเต้าเมียแปง เกยแฝงฟูมฟัก เกยเลี้ยงอาหาร หวานคาว
เมื่ออ้ายต๋ายลง น้องคงนั่งหาว แหงนผ่อเดือนดาว แตนหน้านั่งไห้ ฯ
งูเขียว
ชมรมนักกลอนเชียงใหม่-ลำพูน
๑๑ เมษายน ๒๕๕๓
กรุณาใส่ตัวเลขที่ท่านเห็นทางด้านขวามือ ก่อนที่จะสามารถโพส์ตกระทู้นี้ได้   
กล่องตอบด่วน
ไสว

Reply Quote
 
ไปบนสุด
Post Reply
โพส์ตหัวข้อใหม่
หน้า: 1